เคร็ดลับสุขภาพ
- การดื่มน้ำอย่างน้อย 3 ลิตรต่อวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนนอนจะเจือจางความเข้มข้น ของปัสสาวะช่วยลดการตกตะกอนของแร่ธาตุและเกลือแร่การรับประทานอาหารที่เส้นสูง
- จะช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ส่วนอาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอ
- เช่น แครอท ฟักทอง เป็นต้น สามารถป้องกันการเกิดนิ่วซ้ำอีกและช่วยซ่อมแซมเยื่อบุผนัง
- ของทางเดินปัสสาวะที่ได้รับความเสียหายจากก้อนนิ่วช่วงที่ร่างกายมีการขับแคลเซียมมากที่สุด
- คือ หลังจากการรับประทานอาหารไปแล้ว 4-5 ชั่วโมงดังนั้น การรับประทานอาหารดึกเกินไป
- แคลเซียมที่ขับออกในช่วงที่เรานอนหลับ ไม่สามารถขับออกทางปัสสาวะได้ทันที จึงเกิดการสะสมใน ระบบทางเดินปัสสาวะ นานวันเข้าก็จะตกตะกอนและก่อตัวเป็นนิ่วขึ้นมาได้ การกระโดด วิ่ง เต้นแอโรบิก และก้มตัวลงแล้วตบหลังเบาๆ(ตำแหน่งของไต) ร่วมกับการดื่มน้ำมากๆ สามารถกระตุ้นการเคลื่อนตัว ของก้อนนิ่วลงสู่ด้านล่างช่วยให้ก้อนนิ่วถูกขับออกจากร่างกาย นิ่วกรดยูริกและนิ่ว เกิดจากโรคเกาต์ และ การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ดังนั้น ผู้ป่วยควรรักษาโรคประจำตัวนี้อย่างจริงจัง

- รับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อแดง ตับหมู ตับวัว เลือดหมู ไข่ เต้าหู้ ผักใเขียว
- ให้มากขึ้น ผู้ที่ทานอาหารมังสวิรัติ ควรรับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาว ผักใบเขียวเข้มผลไแห้ง
- และหลังรับประทานอาหารทุกมื้อควรรับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซี เพื่อให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารเพิ่มขึ้นไม่ควรเสริมธาตุเหล็กตามอำเภอใจ เนื่องจากหากร่างกายมีธาตุเหล็กมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อหัวใจหลอดเลือด ตับ ลำไส้และระบบภูมิคุ้มกันได้ ควรรักษาโรคประจำตัวที่ก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางอย่างจริงจัง

- อย่ายืน วิ่งหรือเดินมาก อย่ายกของหนัก หลีกเลี่ยงการเดินขึ้นลงบันได ถ้าจำเป็น
- เวลาขึ้นให้ก้าวเท้าข้างที่ดีก่อนแล้วก้าวข้างที่ปวดตามไปทีละขั้น ส่วนเวลาลงให้ก้าวเท้าข้างที่ปวดลง
- ก่อนแล้วก้าวเท้าข้างที่ดีตาม อย่านั่งในท่างอเข่า เช่น นั่งยองๆ นั่งพับเพียบ คุกเข่า ขัดสมาธิ พยายามนั่งเก้าอี้
- ถ้านั่งบนพื้นราบให้นั่งท่าเหยียดเข่าตรงควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ระหว่างการทำงาน
- ควรใช้ส้วมแบบชักโครกแทนส้วมแบบนั่นยองๆ ถ้าน้ำหนักมากควรพยายามลดน้ำหนัก
- ใช้ไม้เท้าค้ำเวลาจะลุกขึ้น ให้ใช้เข่าเหมือนปกติ อย่าหยุดใช้งาน หากมีอาการปวดให้พักเข่า
ประคบอุ่นเวลาปวดเข่า อาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้ ควรบริหารกล้ามเนื้อต้นขาส่วนหน้าเป็นประจำ
- เมื่ออาการปวดเข่าทุเลาลงแล้ว

- ควรนอนหลับและตื่นนอนให้เป็นเวลา ไม่ว่าจะเป็นวัดหยุดหรือวันทำงาน เพื่อให้นาฬิกาชีวิต
- ทำงานอย่างเป็นระเบียบงดสารกระตุ้นหลังเที่ยงวัน เช่น ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
- พร้อมทั้งงดสูบบุหรีออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำใหลัช่วยผ่อนคลายความเครียดทางร่างกาย
- และอารมณ์บดีขึ้นแต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายใน 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะจะรบกวนการนอนหลับได้
- หลีกเลี่ยงการทำงานหรือดูทีวีบนที่นอน ห้องนอนที่สะอาด เงียบ มืดและมีอากาศถ่ายเทที่ดี
- จะช่วยให้นอนหลับดีตื่นนอนให้เป็นเวลาถึงแม้ว่าจะนอนหลับได้น้อยเพียงใดก็ตาม
- การตื่นนอนตรงเวลาจะทำให้ร่างกายปรับวงจรในการนอนให้เป็นปกติได้ฃผลให้คืนถัดไปหลับได้ง่ายขึ้น
- อย่าไปนอนชดเชยตอนกลางวันนานกว่า 30 นาที เพราะจทำให้นอนไม่หลับในตอนกลางคืน
- พักผ่อนให้เพียงพอ
ควรทำจิตใจให้แจ่มใส พยายามหลีกเลี่ยงอารมณ์โกรธ โมโหหรือซึมเศร้า เพื่อไม่ให้ตับถูกทำลายมากขึ้น
รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย โดยเน้นผัก ผลไม้สด และอาหารที่มีวิตามินสูง ยกเว้นในระยะสุดท้ายที่เริ่มมี
- อาการทางสมอง จำเป็นต้องลดหรืองดอาหารประเภทโปรตีน
ห้ามดื่มเหล้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด เพื่อป้องกันเซลล์ตับส่วนที่ยังดีอยู่ถูกทำลายมากกว่าเดิม
หลีกเลี่ยงการรับประทานหอยดิบ ปู และอาหารที่อาจทำให้เกิดโรคตับอักเสบ
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทมันๆ
หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด เช่น ขิง พรัก ต้นหอมสด หอมแดงสด หอมใหญ่สดหรือวาซาบิ เป็นต้น
- เนื่องจากจะทำให้อาการเจ็บบริเวณตับกำเริบหรือทำให้อาการหนักขึ้น
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีการผสมสี วัตถุกันเสียหรือสารปรุงแต่งต่างๆ เนื่องจากจะทำให้ตับทำงานหนักขึ้น
หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น เนื้อไก่ตัวผู้ เนื้อแพะ เป็นต้น เนื่องจากจะทำให้อาการทรุดลง
ควรตรวจเลือดเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของโรคเป็นระยะๆ
สำหรับผู้ป่วยตับแข็งที่ตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือซี ควรตรวจเลือดหาสารแอลฟาฟิโตโปรตีน
- หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น เนื้อไก่ตัวผู้ เนื้อแพะ เป็นต้น เนื่องจากจะทำให้อาการทรุดลง
ควรตรวจเลือดเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของโรคเป็นระยะๆ
สำหรับผู้ป่วยตับแข็งที่ตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือซี ควรตรวจเลือดหาสารแอลฟาฟิโตโปรตีน
- ทุกๆ 6 เดือน เพื่อตรวจหามะเร็งตับระยะแรกเริ่ม

- ถ้าทำงานที่ต้องยืนนานๆ ควรพักเท้าข้างหนึ่งบนม้านั่งเตี้ยๆควรหมั่นออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลัง
- ให้แข็งแรงและมีความยืดหยุ่น เช่น การว่ายน้ำ การเดิน การปั่นจักรยาน เป็นต้น ถ้าการออกกำลังกายทำให้รู้สึกปวดหลังให้หยุดทันที
- เนื่องจากอาการปวดเป็นสัญญาณเตือนว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ควบคุมน้ำหนักอย่าให้อ้วน
- เนื่องจากเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมมากขึ้น การยืนต้องยืนให้น้ำหนักตัวค่อนมาทางส้นเท้า
- แขม่วท้อง อกผาย ไหล่ผึ่น การนั่งต้องนั่งให้หลังตรง ที่นั่งต้องรองรับก้นและโคนขาทั้งหมด ความสูงต้องพอดีที่ฝ่าเท้าวางเต็มที่พื้น
- การนั่งขับรถต้องเลื่อนเบาะนั่งไปข้างหน้าให้พอเหมาะ หลังพิงพนักเต็มที่ เข่างออยู่ระดับเหนือกว่าสะโพกเล็กน้อย
- ในกรณีนั่งขับรถหรือนั่งนาน อาจใช้หมอนหนุนหลัง การนั่งหลังค่อมหรือก้มหลังจะทำให้แรงดันภายในหมอนรองกระดูกเพิ่มขึ้น
- ส่งผลให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น การยกของต้องย่อตัวนั่งลงกับพื้น ยกของให้ชิดตัวแล้วลุกด้วยกำลังของขา
- และหลีกเลี่ยงการยกของหนักอย่านอนหมอนสูงเกินไป และเลือกที่นอนที่ไม่นุ่มเกินไปห ไม่ควรนอนคุดคู้หรือนอนคว่ำ
- บริเวณหลังควรได้รับความอบอุ่น ไม่ควรตากแอร์ ตากพัดลมตรงๆ การประคบถุงน้ำร้อนหรือใช้นิ้วมือนวดเบาๆ อาจช่วยให้อาการปวดหลังทุเลาลง ขณะที่มีอาการกำเริบควรนอนหงายนิ่งๆ บนที่นอนแข็ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น